พระอาจารย์
10/28 (560323C)
(แทร็กชุดต่อเนื่อง)
23 มีนาคม 2556
(ช่วง 2)
(ต่อจากแทร็ก 10/28 ช่วง 1
เออ นี่ เหมือนกัน ...ถ้าอย่างที่พวกเราฝึกน่ะ
จากที่มันอยู่ประมาณธรณีประตู หรือว่าสองขาอยู่ข้างนอกแต่ว่ามือเกาะอยู่ราวขอบหน้าต่างประตูอยู่อย่างนี้ ...มันก็จะค่อยๆ เข้ามา...อยู่ลึกเข้ามา
หรือว่ามันกลั่นกรองให้กายใจนี่แยกออกจากกัน ชัดเจนขึ้น ...นั่นน่ะเรียกว่าเข้ามาอยู่ใจกลางบ้านแล้ว ...ทีนี้พอมันมาอยู่ใจกลางบ้านแล้ว...พอมันจะออก...มันก็ออกยากแล้ว
แล้วมันก็ไม่ได้สนใจที่จะมองที่จะสอดส่องออกไปว่าใครจะไปใครจะมาอะไร มันก็รู้สึกว่าไม่ชัดเจนแล้ว...กับรูป กับเสียง กับกลิ่น กับรสที่วนเวียน เหมือนกับแมงหวี่แมงวันนี่
แล้วพอมันอยู่ใจกลางบ้านแล้วนี่
มันไม่ได้อยู่เฉยๆ นะ ตามี หูมี...หูจิตตาใจ มันก็ดู ...ไอ้นี่มันรุงรัง ก็ปัดๆๆ ปัดออก
หรือมันจะมาทำอะไร มาเกาะมาแกะ...ก็เอาออก
มันก็จะเห็นเนื้อแท้ธรรมแท้ของบ้านหลังนี้ ...เออ นึกว่าบ้านนี่เป็นผู้หญิง เอ้า เป็นไม้ ฉิบหาย เอ้า นึกว่าบ้านนี้เป็นผู้ชาย
กลายเป็นเหล็ก ไม่มีชีวิต เอ้า ...นี่ มันไม่ได้นั่งเฉยๆ นะ มันดู มันเห็นอยู่นี่
แต่นี่พวกเรา...บ้านยังไม่อยู่เลย
ยังไม่รู้จักบ้านเลย...ได้ไง ...คือเกิดมาพร้อมกับการหนีเรียนน่ะ
เชื่อมั้ยล่ะ ...แล้วมันบอกว่ามีที่เรียนรู้มากมายเลยที่ยังไม่รู้...นั่นคือโลกกว้าง
ก็ตายแล้วตายเล่า เกิดแล้วเกิดเล่า
เรียนรู้แล้วเรียนรู้เล่า...ในโลกกว้าง จักรวาลไกล ...ก็ไม่ถึงที่สุดสักที
รู้จักเพลงใช่มั้ย เพลงที่ฟังกันน้องแน้งๆ
น่ะ ...มันมาจากโน้ตหกตัวแค่นั้นน่ะ หูย มันฟังมาเป็นหลายพันปีแล้ว ยังไม่จบ
ยังไม่เหมือนกันสักเพลงเลย
แค่หกตัวแค่นี้ มันสามารถปลิ้นปล้อนหลอกลวง
ขึ้นๆ ลงๆ ยาว-สั้น ค่อย เบา เปลี่ยนแปรไป ...ก็น้ำหูน้ำตาไหล น้ำหมากกระจายกับเสียงหกตัวโน้ตนี้ ...เชื่อมั้ยล่ะ
แล้วมาเกิดมาตายกับเสียงนี่กี่ภพกี่ชาติแล้ว เชื่อมั้ยล่ะ เป็นไปได้ยังไง ...จะเป็นอย่างผู้ฉลาด
หรือมาแบบผู้โง่เขลาไม่เข้าใจอะไรเลย แล้วจะตายไปแบบผู้โง่เขลาอีก ...เสียดายไหม
เสียดายการเกิดมาในครั้งนี้มั้ย
อาจจะไม่เสียดาย ...แต่เรานี่เสียดายแทน
พระท่านเสียดายแทน ...กว่าจะได้เกิดมาเป็นมนุษย์
กว่าจะได้เป็นมนุษย์แล้วได้พบพุทธศาสนา
ยากยิ่งกว่าถูกลอตเตอรี่แจ็กพอตรางวัลที่หนึ่งอีกน่ะ ไอ้นั่นยังง่ายซะกว่า
ไม่ใช่แค่สี่พันล้านคนในโลกแล้วเป็นหนึ่งในสี่พันล้านคนในโลกนะ ...ยังมีดวงจิตวิญญาณที่ยังวนเวียนไม่ได้เกิดอีกเป็นอสงไขย เป็นอเนกอนันต์ เป็นนับไม่ถ้วนไม่มีประมาณน่ะ
ถ้าไม่ยิ่งกว่าถูกแจ็กพอตรางวัลที่หนึ่ง
แล้วมันยิ่งกว่าอะไร ...ท่านถึงบอกว่าเสียดายแทน
ถ้าไม่ใช้กายใจนี้ด้วยความคุ้มค่าในการศึกษาสำเหนียกเรียนรู้
ทำความรู้เห็นและทำความแจ้งชัดกับมัน
ทำไมถึงต้องเสียดาย
ทำไมถึงแสนจะเสียดาย ...เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่ยากไกลเกินไป
เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่มันต้องไปค้นหาซับซ้อนที่จะต้องลงทุนอย่างยิ่ง อย่างมาก
อย่างแรง เกินกำลังจะทำได้...ไม่ใช่เลย
ก็แค่นั่ง...แล้วก็รู้ว่านั่งนี่
มันยากเสียเหลือเกินรึไง ...ไม่เห็นมันจะต้องมีกระบวนการอะไรเลย
ไม่เห็นต้องไปสมาทานศีล ไม่ต้องนุ่งขาว ไม่ต้องเข้าวัด ไม่ต้องไปอยู่ในห้องคนเดียว
ไม่ต้องไปอยู่ในสถานที่ป่ารกชัฏ เงื้อมป่า ถ้ำเขา ยอดเขา ที่ปราศจากผู้คน ไอ้นั่นมันต้องลงทุนตั้งหลายกระบวนการ
...นี่ นั่ง..รู้ว่านั่ง ไม่เห็นลงทุนอะไรเลย แล้วก็ไม่ได้ยากเย็นเกินกำลังของสัตว์มนุษย์เลย
ถึงบอกว่ามันน่าเสียดาย ...เหมือนลิงได้แก้ว เหมือนไก่เห็นพลอย แต่ไม่เห็นคุณค่าในสิ่งที่มี สิ่งที่ปรากฏอยู่ทุกปัจจุบัน กลับปล่อยให้มันเน่าเปื่อยเสื่อม สลาย ตาย สูญไปโดยไร้ประโยชน์
มันไม่ได้จบแค่นั้นนะ
มันไม่ได้จบแค่ตาย ...เดี๋ยวก็มาใหม่ เหล้าเก่าในขวดใหม่ วันนี้ขวดแม่โขง
วันพรุ่งนี้ขวดไวน์ วันข้างหน้าขวดเบียร์ วันต่อไปเป็นกระป๋องเบียร์ เป็นถังเบียร์เลย นั่น
จิตน่ะเหมือนเหล้า กายนี่เหมือนขวด
เปลี่ยนรูปลักษณ์รูปทรงไป ...แต่ก็เหล้าอันเก่า กินแล้วก็เมามายไปกับรูปเสียงกลิ่นรส...เหมือนเดิม ซ้ำเดิม แบบเดิม คนเดิม สันดานเดิม เชื่อมั้ยล่ะ
ไม่เชื่อหรอก ...เพราะมันยังไม่เชื่อเลยว่าตายแล้วจะเกิดหรือว่ามาเกิด
เคยเกิดมาก่อน ...จิตยังไม่เชื่อเลย ลึกๆ น่ะไม่เชื่อ ...ไอ้ที่มันเชื่อนี่ถูกบังคับให้เชื่อ หรือว่าเขาสั่งสอนให้เชื่อโดยความคิดและความจำ
แต่ถ้าโดยความเป็นจริงหรือว่าตามเหตุและปัจจัยแล้ว
มันไม่เห็นกระบวนการของการเกิด วนเวียนและซ้ำซาก มันก็เลยไม่เชื่อ...ยังไม่เชื่อจริงๆ
ถ้ามันเห็นกระบวนการโดยชัดเจนในกระบวนการของปัจจยาการแล้วนี่
มันจะเชื่อแบบหมดหัวใจเลยว่าเป็นอย่างนี้จริงๆ
ไม่ผิดจากที่พระพุทธเจ้าตรัสบอกบันทึกจารึกไว้มาจนถึงปัจจุบัน
เพราะนั้น
ได้กายใจแล้วเหมือนได้พรอันประเสริฐ มีกายใจแล้วเหมือนมีพรอันประเสริฐ แต่ใช้พรอันประเสริฐนี้ให้เป็นและให้ถูก อย่าไปใช้แบบผิดๆ
เช่นไปปาหัวหมาด่าแม่เจ๊ก
เอากายนี้ไปทำอย่างนั้น มันไม่ถูก
มันผิด ผิดคุณลักษณะนี้...ที่เขาให้กายนี้มาสำหรับความดำรงคงเป็นมนุษย์นี่
ไม่ได้เพื่ออะไรหรอก ...เพื่อให้มีโอกาสได้เรียนรู้ขันธ์ห้าตามความเป็นจริง
นี่ต่างหากคือเป้าหมายที่แท้จริงของการเกิดมาเป็นมนุษย์หรือเป็นคน ...แต่พวกเรากลับใช้ความเป็นคนหรือความเป็นขันธ์ห้านี่ ผิดวัตถุประสงค์
เช่น พามันไปกรอกเหล้าเมามาย
พามันไปทะเลาะเบาะแว้ง ตบตีเถียงด่าผู้คนรอบข้าง พามันไปเสพสุข เสพกาม เสพรูปเสียงกลิ่นรสตามที่มันปรารถนา พามันไปทำบุญ พามันไปทำบาป
เหล่านี้
เรียกว่าใช้ประโยชน์ของขันธ์หรือใช้ประโยชน์ของกายใจนี้...ไม่เต็มค่า ไม่สมราคาที่ได้รางวัลที่หนึ่งเกินกว่าแจ็กพอตอีก
...ถึงบอกว่าน่าเสียดายไง
แต่มันยังไม่รู้จักเสียดายตัวมันเองเลย
เนี่ย มันถึงต้องมาฟังแบบรีเวิร์สแล้วรีเวิร์สเล่า รีพีทแล้วรีพีทอีก ... เทปหย่อนแล้วว่ะ (หัวเราะ) แผ่นเสียงมันจะตกร่องอยู่แล้ว ก็ยังต้องมารีเวิร์สแล้วรีพีทอีก
เนี่ย สันดานของจิต มันยิ่งกว่าสันดอนน่ะ มันต้องขุดแล้วขุดอีก ...ขุดเองไม่ยอม ครูก็ขุดให้
อาจารย์ก็สอนให้ บอกให้ เตือนให้ ...มันก็ขยันกันขึ้นมาแค่อึ้ดนึงๆๆ
ท่านก็ยังไม่ท้อ ท่านก็ยังไม่เหนื่อย เพราะว่าท่านใช้ขันธ์จนคุ้มแล้ว ท่านยังใช้ขันธ์เผื่อคนอื่นอีกต่างหาก คือใช้เวลาที่เหลืออยู่เท่าที่จะมีประโยชน์กับสัตว์โลกได้ ...นี่ถือได้ว่าใช้หนี้โลก
ตราบใดที่กินอยู่กับโลก
คือใช้สมบัติของโลกอยู่นี่ คือเขาให้สิทธิในการอาศัยอยู่ เขายังไม่เรียกคืน
ยังไม่หมดพันธะสัญญากัน
ก็จ่ายค่าเช่าเขาเสียหน่อยที่จะเป็นประโยชน์ต่อไอ้กองเนื้อกองกระดูกที่ยืมเขามาใช้นี่
มันจะได้รู้จักซะบ้างว่า เฮ้ย
มึงยืมเขามานะนี่ ...ป่วยที ปวดหัวที เป็นไข้นอนซมที นี่ แปลว่าเขายื่นโนติ๊ส หรือเตือน...ใกล้แล้วนะมึง ใกล้กูเอาคืนแล้วนะมึง
เขาเตือนนะนั่น เขายื่นโนติ๊สมาเป็นระยะๆ ...ยังไม่รู้อีก ยังมาบ่น ยังมาว่า ยังมาตำหนิว่าไปทำกรรมอะไรมา ไปยังไงมา จะแก้ยังไง
แล้วจะเป็นยังไงถ้ามันจะมาอีกเป็นอีก
ทำไมไม่ยอมรับว่าโลกเขากำลังยื่นโนติ๊ส
เพราะว่าคุณไม่ใช่เจ้าของ ...หรือถ้าพูดภาษาหยาบๆ ก็ว่า...มึงไม่ใช่เจ้าของ
กูนี่แหละเจ้าของตัวจริง แล้วกำลังจะเอาคืนล่ะ
ที่ให้สิทธิ์ยืมใช้นี่ก็บุญตายแล้ว ยังมาเหมาเอาว่าเป็นของเราอีก ยังมาบอกว่าเป็นตัวของเรา...ไม่ยอมตาย ...นี่ โง่ซะไม่มีอ่ะ
แต่ว่าผู้ที่เข้าใจแล้ว
ท่านจะใช้ขันธ์นี่อย่างคุ้ม ...แม้กระทั่งเข้าใจโดยตลอดแล้วก็...เออ
ยังมีสิทธิ์ใช้อาศัยอยู่กี่ปีก็ว่ากันไป ...แต่ว่าใช้อย่างไรให้เกิดความร่มเย็นกับโลกและสัตว์โลก โลกมันจะได้ไม่แตกเร็วขึ้น
ก็ช่วยกัน...ว่างั้นเหอะ นิดนึงก็ช่วยกัน ...เหมือนน้ำที่หยดลงบนแผ่นทองแดงร้อนๆ
แม้จะเป็นหนึ่งหยดเล็กๆ ก็ยังทำให้แผ่นนั้นไม่สูญ ไม่แตก ยืดเวลาได้
นี่เขาเรียกว่าทดแทนบุญคุณ ใช้บุญคุณ กับโลก กับสัตว์ ด้วยธรรม ...ไม่มีการให้อะไรสูงกว่าการให้ธรรมเป็นทาน
แล้วก็ธรรมที่ให้นี่ มันก็ตกอยู่...เป็นธรรมทายาโท เป็นธรรมทายาท เพื่อให้เกิดความร่มเย็นสืบไปเป็นรุ่นๆๆ ...ก็ไม่รู้มันจะสืบกันได้รึเปล่าอ่ะ เนี่ย
เออ เอาเป็นว่าเพื่อความเป็นทายาท
เพื่อความร่มเย็นต่อไปในภายภาคหน้าของโลกไง ...ถึงบอกว่า บารมีของพุทธะ
ท่านยังมีได้แค่ห้าพันปี
เพราะนั้นเหล่าอนุพุทธะหรือว่าเหล่าสงฆ์สาวกพุทธะท่านก็ช่วยกัน...เพื่อให้ห้าพันปีนี้ตลอด ถือว่าเป็นบารมีร่วมกันกับพุทธะ
เป็นเครือวงศ์เครือญาติกันมา
เหล่าสังฆสาวก และเหล่าพุทธบริษัท
ถือเป็นเครือญาติกันมา เป็นว่านวงศ์ ใกล้ชิดสนิทสนมหรือห่างไกลกัน
ก็ถือเป็นเครือญาติกัน ก็ดูแลกันอยู่ในครอบครัวเดียวกัน ถือว่าได้ประโยชน์แค่นี้
ดีที่สุดแล้ว
แต่ลูกหลานมันไม่รักดีสักเท่าไหร่...ก็ปวดหัวว่ะ
นั่น ประมาณนั้น ใช่มั้ย ...มันถึงรีพีทแล้วรีพีทอีก ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วก็ว่า “มากี่ครั้งๆ
ก็กายใจๆ ...อาจารย์ไม่เบื่อหรือ”
กูจะพูดให้มึงน่ะเบื่อ (หัวเราะกัน) ...ถ้ากูพูดจนมึงเบื่อกายใจมึงนั่นน่ะ ผลประโยชน์ของกูเลย กูจะพูดจนกว่ามึงจะเบื่อกายใจ...ไม่ใช่มาเบื่อคำพูดกู
จะได้ไม่มามีกายใจต่อไปในภายภาคหน้า
นั่นแหละสมปรารถนาของกูเลย เป็นเช่นนั้นน่ะ ...ไม่มีพระอริยะหรือพระสงฆ์องคเจ้าที่เดินในมรรคจริงๆ
แล้วนี่ จะมาสนับสนุนให้มาเกิดในโลกหรอก
อย่ามาเกิดเลย
อย่ามาเป็นหนี้เป็นสินกันอีกต่อไปเลย อย่ามาต้องวนเวียนชดใช้กันต่อไปอีก...มึงเอากู
กูเอามึง มึงเอาคืน เดี๋ยวกูก็เอาคืน...อยู่อย่างนี้ เป็นเวรเป็นกรรมต่อกันและกัน
ไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน เนี่ย
(ต่อแทร็ก 10/29)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น